1. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ มีสาร polysaccharides ในว่านหางจระเข้ จะช่วยสมานผิวให้แข็งแรง ทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนรอยฝ้า จุดด่างดำ วุ้นว่านหางจระเข้ จะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และปกป้องผิวจากแดดไม่ให้ได้รับความเสียหายไม่ให้เกิดอาการหมองไหม้ หรือเกิดรอยฝ้า

วิธีใช้
นำวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ใบแก่ ที่ล้างยางออกแล้วมาปั่น หรือบด ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกให้สะอาด (ทำได้ทุกวัน เพื่อช่วยลดรอยฝ้าได้อย่างเห็นผล)

2. ใบบัวบก

ใบบัวบก อุดมไปด้วยวิตามิน และกรดอะมิโน ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ แผลเป็น พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพจากรอยฝ้า ให้ค่อยแข็งแรง กระจ่างใสขึ้น และยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดในผิวหนัง จึงสามารถรักษารอยฝ้าให้ค่อยๆจางลง และช่วยรักษาสิวได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้
ล้างใบบัวบก 1 กำมือให้สะอาด นำไปปั่นกับน้ำสะอาด จากนั้นกรองน้ำใบบัวบก ใช้สำลีชุบแล้วนำมาทาหรือพอกตรงบริเวณใบหน้าตรงจุดเป็นฝ้า กระ หรือสิว หรือทั่วทั้งหน้าเลยก็ได้ แล้วทิ้งไว้เป็นเวลา 15-20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด (ทำได้ทุกวัน หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง)

3. ขมิ้นชันผง

ขมิ้น อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดรอยดำคล้ำจากฝ้า กระ ลดจุดด่างดำจากสิว ทั้งยังช่วยต่อต้านแบคทีเรีย ลดการเกิดสิว ลดอาการอักเสบ ลดอาการระคายเคือง สมานแผล ให้แผลแห้ง หายไวขึ้น ช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียน กระจ่างใส พร้อมทั้งช่วยในการชะลอวัย

วิธีใช้
ผสมผงขมิ้น 1 ช้อนชา กับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และดินสอพอง 1 เม็ด คนให้เป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้า 15-20 ล้างออกให้สะอาด (ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง)

4. มะขามปียก

มะขามเปียก มีวิตามินซี AHA มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวเสีย รวมถึงช่วยบำรุงกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้กระจ่างใส พร้อมชำระล้างสิ้งสกปรกในรูขุมขน ช่วยลดความมัน ลดการเกิดสิว และที่สำคัญช่วยลดรอยดำจากฝ้า กระ จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้
ตักน้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และนมสด 1 ช้อนโต๊ะ นำมาพอกหน้าราวๆ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น และกระชับผิวด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง (ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ควรพอกตอนเย็น หรือเลี่ยงแดด)

5. น้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล มีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส รอยฝ้า กระ จุดด่างดำลอดเลือนลง และยังทำผิวเนียนนุ่มขึ้น ลดความมันได้ดี

วิธีใช้
นำน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ใช้สำลีชุบ และเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้ง เมื่อแห้งแล้วก็ล้างทำความสะอาดใบหน้า (ทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดี)

6. น้ำมะนาว

มะนาว มีส่วนช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ เพราะในมะนาวมีกรดอ่อนๆที่เรียกว่า กรด AHA และมีวิตามินซีสูง จึงช่วยในเรื่องกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่มีความหมองคล้ำ หรือมีรอยดำจากฝ้า กระ จุดด่างดำจากสิวให้ค่อยๆผลัดออกไปได้อย่างอ่อนโยน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสิว และลดความมันบนใบหน้าได้

วิธีใช้
ใช้น้ำมันาว 1 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา พอกหน้า 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด (ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ควรหลบเลี่ยงแสงแดดหลังพอกหน้า)

7. น้ำหัวหอมใหญ่

สูตรรักษาฝ้าด้วยน้ำหัวหอมใหญ่เป็นอีกสูตรนึงที่มีประสิทธิภาพในการปรับสภาพผิวให้กลับมาเป็นปกติ ในหัวหอมใหญ่จะมีส่วนผสมของกำมะถันทำให้น้ำหัวหอมใหญ่สามารถแก้ฝ้าหรือทำให้ฝ้าจางลงได้ นอกจากนั้น น้ำหัวหอมใหญ่ยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวอีกด้วย ขั้นตอนการทำน้ำหัวหอมใหญ่รักษาฝ้า มีดังนี้

1. นำหอมหัวใหญ่ 2-3 หัว มาสับให้ละเอียด
2. นำผ้าขาวบางมาห่อ จากนั้นก็บีบเอาน้ำหัวหอมใหญ่ออกมา
3. นำน้ำหัวหอมใหญ่ที่ได้มาผสมกับน้ำส้มแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ในอัตราส่วนที่เท่ากัน
4. ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมที่ได้ จากนั้นนำไปทาบริเวณที่เป็นฝ้า
5. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น
6. ทำประมาณวันละ 2 รอบ จะเห็นผลภายในไม่กี่สัปดาห์

ขอบคุณข้อมูลจาก
– maneeskincare.com