เป็นวิธีการเลี้ยงแบบลดต้นทุน และสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี มีขั้นตอนดังนี้

1. ก่อนปลูกข้าวให้ทำการปรับพื้นที่ในนาข้าวให้มีความลึกขนาด/ประมาณ 80 เซนติเมตร
2. ซึ่งการทำแปลงนาจะสูงแตกต่างกันเป็นลำดับขั้น เช่น 60-70-80-90 เซนติเมตร จะง่ายต่อการไล่ระดับน้ำออกจากแต่ละบ่อ
3. เมื่อปรับพื้นที่ในนาข้าวได้ตามขนาดแล้ว ให้ทำการหว่านหรือปักดำนาข้าวได้ทันที
4. หลังจากที่ทำการหว่านและปักดำนาข้าวแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ให้นำกุ้งปล่อยลงในนาข้าวได้เลย
5. พื้นที่นาข้าวขนาด 1 ไร่ ปล่อยกุ้ง 20,000 ตัว ขนาดกุ้งที่ปล่อยประมาณ 2 เซนติเมตร
6. เมื่อปล่อยกุ้งลงนาข้าวแล้วในทุกๆ สัปดาห์จะมีการเติมน้ำลงไปจนเต็มเพื่อไล่น้ำที่เน่าเสียออกไป

สูตรอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
วัตถุดิบ
– รำละเอียด 1 กิโลกรัม
– ปลาป่น 2 ขีด
– น้ำมันพืช 1 ขวด
– กะละมังสำหรับผสมอาหาร 1 ใบ
วิธีทำ : นำส่วนผสมเทลงในกะละมังสำหรับผสมอาหาร จากนั้นคลุกเคล้าวัตถุดิบทั้งหมดเข้าหากันแล้วปั้นเป็นก้อน หรือถ้ามีเครื่องอัดเม็ดก็สามารถนำไปอัดเม็ดได้เช่นกัน ก็จะได้อาหารสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การนำไปใช้: นำอาหารกุ้งก้ามกรามที่ผสมได้ ให้กุ้งกินในช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น
ประโยชน์ : สูตรอาหารกุ้งก้ามกรามจะช่วยให้กุ้งก้ามกรามเจริญเติบโตเร็ว แข็งแรง และช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้เป็นอย่างดี

สูตรน้ำหมักปรับสภาพน้ำเพื่อป้องกันโรคในกุ้ง
วัตถุดิบ
– สารเร่ง พ.ด.2 1 ซอง
– ซากปลา ซากหอย 3 กิโลกรัม
– กากน้ำตาล 1 ลิตร
– น้ำ 2 ลิตร
– ถังพลาสติกสำหรับหมัก 1 ใบ

วิธีทำ : นำส่วนผสมเทลงในถังสำหรับหมัก คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาหมักทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก็จะได้น้ำหมักปรับสภาพน้ำเพื่อป้องกันโรคในกุ้งก้ามกราม
การนำไปใช้ : นำน้ำหมักที่ได้ไปสาดลงแปลงนาหรือบ่อกุ้งก้ามกรามเท่าๆ กัน โดยใช้ในอัตรา 10 ลิตรต่อ 1 ไร่ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ประโยชน์ : ช่วยปรับสภาพน้ำและป้องกันโรคให้กับกุ้งก้ามกราม หลังจากปล่อยกุ้งก้ามกรามลงในนาข้าวได้ 3 เดือน ความเจริญเติบโตจะอยู่ที่ 3 กรัมต่อ 1 ตัว

แหล่งน้ำและคุณภาพน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง
แหล่งน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ต้องทราบปริมาณน้ำเพียงพอที่จะใช้เลี้ยงกุ้งได้กี่เดือน เพื่อนำไปวางแผนเลี้ยงกุ้งได้เหมาะสมกับสถานการณ์ คุณ ภาพน้ำ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เพราะว่ากุ้งอาศัยอยู่ในน้ำซึ่งคุณภาพน้ำจะมีผลกระทบโดยตรงกุ้งที่อยู่ในน้ำที่มีคุณภาพดีก็จะเจริญ เติบโต ได้ดีและรวดเร็วผู้เลี้ยงก็จะประสบผลสำเร็จและได้กำไรมาก ถ้าหากคุณภาพน้ำไม่ดีกุ้งจะเจริญเติบโตช้าหรือเป็นโรคได้ง่าย ทำให้กุ้งตายเป็นจำนวน มากผู้เลี้ยง ต้องขาดทุน การรักษาคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ระยะเวลาเลี้ยงและการจับ
เมื่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจนอายุได้ประมาณ 6 เดือน ก็จะเริ่มทำการคัดขนาดและจับกุ้งขาย โดยลดน้ำในบ่อลงเหลือประมาณ 50 เซนติเมตร แล้ว ใช้อวนลาก โดยใช้อวนช่องตาขนาด 4 ซม. เพื่อให้กุ้งที่มีขนาดเล็กหลุดออกมาได้ไม่บอบช้ำ ที่ตีนอวนจะมีตะกั่วถ่วงสำหรับเชือกคร่าวบนเวลาลากอาจใช้ไม้ไม้ ค้ำไว้โดยเสียบไว้กับทุ่นลอยที่ทำมาจากต้นกล้วย การจับกุ้งนิยมทำในช่วงเช้าเพราะอากาศไม่ร้อน

การคัดขนาดแยกประเภทกุ้ง
การจับกุ้งต้องมีการคัดขนาดและแยกประเภท เนื่องจากกุ้งที่จับได้จะมีขนาดและลักษณะแตกต่างกันจะขายได้ราคาไม่เท่ากันโดยทั่วไปจะ ทำการคัดขนาดและแยกประเภทกุ้ง ได้ดังต่อไปนี้
1.ตัวผู้ใหญ่ (กุ้งขนาด 1) ขนาดน้ำหนักประมาณ 100 กรัม (10 ตัว/กก.)
2.ตัวผู้รอง (กุ้งขนาด 2 ) ขนาดน้ำหนักประมาณ 70 กรัม ( 15 ตัว/กก.)
3.ตัวผู้ขนาดเล็ก (กุ้งขนาด 3) ขนาดน้ำหนักประมาณ 50 กรัม ( 20 ตัว/กก.)
4.ตัวผู้ขายาว เป็นตัวผู้ก้ามยาวใหญ่จะมีราคาถูกกว่ากุ้งตัวผู้ลักษณะธรรมดา
5.ตัวเมียไม่มีไข่ราคาจะดีกว่าตัวเมียมีไข่
6.ตัวเมียมีไข่
7.กุ้งนิ่มหรือกุ้งที่เพิ่งลอกคราบ
8.กุ้งจิ๊กโก๋ เป็นกุ้งแคระแกร็นไม่ลอกคราบ

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : https://goo.gl/4P0CSU